กราฟเทรดคือภาพที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ตามเวลา ส่วน กราฟ Forex หรือกราฟฟอเร็กซ์ แสดงอัตราแลกเปลี่ยนของคู่สกุลเงิน เช่น EUR/USD เพื่อให้เห็นว่าราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างไรในแต่ละช่วง
บทความนี้อธิบายวิธีอ่านกราฟ Forex สำหรับมือใหม่ ตั้งแต่การดูคู่เงิน แกนราคาและแกนเวลา ไปจนถึงวิธีอ่านกราฟแท่งเทียน การเลือก Time Frame และเครื่องมือที่ใช้เปิดดูกราฟ เพื่อให้เข้าใจข้อมูลบนหน้าจอก่อนนำไปประกอบการวิเคราะห์และวางแผนเทรด
กราฟเทรดคืออะไร และกราฟ Forex แสดงข้อมูลอะไร?
กราฟเทรดแสดงข้อมูลราคาของสินทรัพย์ ช่วยให้สังเกตได้ว่าราคาเคยอยู่ที่ระดับใด และในช่วงที่เลือกดูกำลังเป็นขาขึ้น ขาลง หรือเคลื่อนไหวในกรอบ การอ่านกราฟช่วยให้ผู้เทรดเข้าใจพฤติกรรมราคาและวางแผนซื้อขายได้เป็นระบบ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าราคาในอนาคตจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด
ในตลาด Forex กราฟจะแสดงอัตราแลกเปลี่ยนของคู่สกุลเงิน โดยกราฟแท่งและกราฟแท่งเทียนมาตรฐานสรุปข้อมูลราคาในแต่ละช่วงเวลาเป็นสี่ค่า ได้แก่ ราคาเปิด (Open) ราคาสูงสุด (High) ราคาต่ำสุด (Low) และราคาปิด (Close) หรือเรียกรวมว่า OHLC ข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการอ่านกราฟแท่งเทียน ก่อนศึกษารูปแบบราคาและสัญญาณอื่น ๆ
หลักการดูกราฟ เช่น การอ่านแกนราคา แกนเวลา แท่งเทียน และแนวรับแนวต้าน นำไปใช้กับการอ่านกราฟหุ้นและสินทรัพย์อื่นได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม กราฟเทรด Forex มีรายละเอียดเฉพาะที่ควรเข้าใจ ทั้งการอ่านราคาเป็นคู่สกุลเงิน และความแตกต่างระหว่างราคาที่แสดงบนกราฟกับราคาที่ใช้เปิดหรือปิดสถานะ
วิธีอ่านกราฟ Forex ทีละขั้นสำหรับมือใหม่
วิธีดูกราฟ Forex สำหรับมือใหม่ควรเริ่มจากการตรวจคู่เงิน อ่านแกนราคาและแกนเวลา ดูแนวโน้ม และระบุแนวรับแนวต้าน ทั้งสี่ขั้นตอนนี้เป็นพื้นฐานของการอ่านกราฟเทรด Forex ช่วยให้เข้าใจข้อมูลบนหน้าจอก่อนวิเคราะห์รายละเอียดของแท่งเทียนหรือรูปแบบราคา
ขั้นที่ 1ตรวจคู่สกุลเงินบนกราฟ
ราคาในตลาด Forex แสดงเป็นคู่สกุลเงิน โดยสกุลเงินตัวแรกคือ สกุลเงินหลัก (Base Currency) และสกุลเงินตัวที่สองคือ สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency) ตัวเลขราคาบนกราฟบอกว่าสกุลเงินหลัก 1 หน่วยแลกเป็นสกุลเงินอ้างอิงได้เท่าใด
ตัวอย่างสมมติ: EUR/USD = 1.0850 หมายถึง เงินยูโร 1 EUR แลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐได้ 1.0850 USD
- หากราคาขึ้นเป็น 1.0900 หมายถึง EUR แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ USD
- หากราคาลงเป็น 1.0800 หมายถึง EUR อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ USD
ก่อนอ่านกราฟทุกครั้ง ให้ตรวจชื่อสัญลักษณ์ว่าเป็นคู่เงินที่ต้องการวิเคราะห์ เพราะลำดับของสกุลเงินมีผลต่อความหมายของราคา นอกจากนี้ คู่เงินเดียวกันอาจมีชื่อสัญลักษณ์ต่างกันตามผู้ให้บริการ ประเภทบัญชี หรือแหล่งข้อมูลราคา
ขั้นที่ 2อ่านแกนราคาและแกนเวลา
สำหรับกราฟ Forex มาตรฐานที่แบ่งข้อมูลตามช่วงเวลา แกนตั้ง (แกน Y) แสดงระดับราคา โดยทั่วไปอยู่ด้านขวาของกราฟ ส่วน แกนนอน (แกน X) แสดงเวลา อยู่ด้านล่างของกราฟ ข้อมูลเก่าอยู่ทางซ้าย และข้อมูลล่าสุดอยู่ทางขวา
- เวลาบนแกน X บอกว่าแท่งเทียนนั้นเริ่มต้นเมื่อใด
- Time Frame หรือ Timeframe คือกรอบเวลาที่ใช้รวมข้อมูลราคาเป็นหนึ่งแท่ง เช่น H1 หมายถึงแท่งเทียนหนึ่งแท่งครอบคลุมเวลา 1 ชั่วโมง ส่วน D1 ครอบคลุมเวลา 1 วัน
เวลาบนกราฟอาจอ้างอิงเวลาเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ หรือเขตเวลา (Time Zone) ที่ผู้ใช้ตั้งไว้ จึงอาจไม่ตรงกับเวลาไทย ควรตรวจการตั้งค่าก่อนเทียบแท่งเทียนกับเวลาประกาศข่าวหรือช่วงเปิด–ปิดตลาด
ขั้นที่ 3เลือก Time Frame
Time Frame คือกรอบเวลาที่ใช้รวมข้อมูลราคาเป็นหนึ่งแท่ง เช่น H1 ครอบคลุมเวลา 1 ชั่วโมง ส่วน D1 ครอบคลุมเวลา 1 วัน ควรเลือกกรอบเวลาให้สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการวิเคราะห์และเวลาที่ติดตามกราฟได้จริง
กำหนดล่วงหน้าว่าจะใช้กรอบเวลาใดดูภาพรวม และใช้กรอบเวลาใดอ่านรายละเอียดของราคา เพื่อให้การวิเคราะห์แต่ละครั้งใช้หลักเดียวกัน
ขั้นที่ 4ดูแนวโน้มจากโครงสร้างราคา
การดูกราฟ Forex เพื่อประเมินแนวโน้ม ให้สังเกตจุดสูงและจุดต่ำของรอบการเคลื่อนไหวราคา หรือ Swing High และ Swing Low ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่าราคากำลังยกตัวสูงขึ้น ลดระดับลง หรือแกว่งอยู่ในกรอบ
โครงสร้างราคาสามแบบบนกราฟ Forex
| โครงสร้างราคา | ลักษณะที่เห็นบนกราฟ |
|---|---|
| แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) | จุดสูงใหม่สูงกว่าจุดสูงก่อนหน้า และจุดต่ำใหม่สูงกว่าจุดต่ำก่อนหน้า |
| แนวโน้มขาลง (Downtrend) | จุดสูงใหม่ต่ำกว่าจุดสูงก่อนหน้า และจุดต่ำใหม่ต่ำกว่าจุดต่ำก่อนหน้า |
| เคลื่อนไหวในกรอบ (Sideways) | ราคาแกว่งระหว่างโซนด้านบนและด้านล่าง โดยยังไม่มีแนวโน้มขึ้นหรือลงอย่างชัดเจน |
แนวโน้มที่เห็นขึ้นอยู่กับ Time Frame และช่วงข้อมูลที่เลือกดู เช่น กราฟรายวันอาจเป็นขาขึ้น ขณะที่กราฟรายชั่วโมงกำลังปรับตัวลง จึงควรกำหนดล่วงหน้าว่าจะใช้กรอบเวลาใดดูแนวโน้มหลัก และใช้กรอบเวลาใดดูรายละเอียด ทั้งนี้ แนวโน้มที่ผ่านมาไม่ได้รับประกันว่าราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดิมต่อไป
ขั้นที่ 5ระบุแนวรับและแนวต้าน
เมื่อเห็นทิศทางของกราฟเทรดแล้ว ให้ทำเครื่องหมายบริเวณที่ราคาเคยชะลอ หยุด หรือกลับตัว โดยสังเกตโซนที่ราคาเคยตอบสนองหลายครั้ง
แนวรับ (Support) โซนที่ราคาเคยชะลอการลงหรือเด้งกลับขึ้น
แนวต้าน (Resistance) โซนที่ราคาเคยชะลอการขึ้นหรือปรับตัวลง
ควรทำเครื่องหมายเป็นโซนที่ครอบคลุมบริเวณสำคัญของตัวแท่งและไส้เทียน เพราะราคาอาจตอบสนองใกล้ระดับเดิมโดยไม่แตะราคาเดิมพอดี จากนั้นจึงดูพฤติกรรมราคาเมื่อกลับเข้าใกล้โซน เช่น การเกิดรูปแบบกราฟแท่งเทียนหรือการปิดทะลุแนวรับแนวต้าน
แนวรับและแนวต้านช่วยระบุบริเวณที่ควรติดตาม แต่ราคาอาจทะลุผ่านได้
ขั้นที่ 6อ่านแท่งเทียนร่วมกับบริบทของราคา
อ่านราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิด รวมถึงขนาดตัวแท่งกับไส้เทียน แล้วพิจารณาว่าแท่งนั้นเกิดตรงไหนเมื่อเทียบกับแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และแท่งก่อนหน้า
หากแผนใช้สัญญาณจากแท่งที่ปิดแล้ว ควรรอให้ครบเวลาของแท่งก่อนประเมิน และกำหนดเงื่อนไขที่ทำให้มุมมองเดิมใช้ไม่ได้ไว้ด้วย
กราฟ Forex มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบกราฟแต่ละแบบ
กราฟ Forex ที่ใช้แสดงข้อมูลราคาตามช่วงเวลามี 3 แบบพื้นฐาน ได้แก่ กราฟเส้น กราฟแท่ง และกราฟแท่งเทียน นอกจากนี้ยังมีกราฟทางเลือก เช่น Heikin-Ashi, Renko และ Point-and-Figure ซึ่งใช้วิธีคำนวณหรือสร้างแท่งแตกต่างออกไป
ประเภทกราฟในหัวข้อนี้หมายถึงวิธีแสดงข้อมูลราคา ส่วน รูปแบบกราฟ Forex เช่น Double Top หรือสามเหลี่ยม หมายถึงโครงสร้างที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของราคา

เปรียบเทียบประเภทของกราฟ Forex
| ประเภทกราฟ | ข้อมูลที่แสดง | ใช้ดูอะไร | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| กราฟเส้นLine Chart | โดยทั่วไปเชื่อมราคาปิดของแต่ละช่วงเวลาเข้าด้วยกัน | ทิศทางและภาพรวมของราคา | ไม่แสดงราคาสูงสุดและต่ำสุดระหว่างช่วง |
| กราฟแท่งBar Chart / OHLC | ราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิดของแต่ละช่วงเวลา | ช่วงการเคลื่อนไหวของราคาและตำแหน่งราคาเปิด–ปิด | ต้องสังเกตขีดด้านซ้ายและขวาเพื่อแยกราคาเปิดกับราคาปิด |
| กราฟแท่งเทียนCandlestick Chart | ข้อมูล OHLC โดยใช้ตัวแท่ง ไส้เทียน และสีช่วยแสดงราคา | การเคลื่อนไหวในแต่ละช่วงและรูปแบบกราฟแท่งเทียน | แท่งเทียนเพียงแท่งเดียวไม่เพียงพอที่จะสรุปทิศทางราคา |
| Heikin-Ashi | ค่าราคาที่คำนวณจากข้อมูลช่วงปัจจุบันและแท่งก่อนหน้า | ความต่อเนื่องของแนวโน้ม | ราคาเปิดและปิดอาจไม่ตรงกับราคาตลาดของช่วงนั้น |
| Renko | อิฐหรือ Brick ที่สร้างตามระยะการเคลื่อนไหวของราคา | ทิศทางราคาโดยกรองการแกว่งตัวที่เล็กกว่าขนาดอิฐ | อิฐแต่ละก้อนใช้เวลาเกิดไม่เท่ากัน และผลลัพธ์ขึ้นกับการตั้งค่า |
| Point-and-FigureP&F | คอลัมน์ X แทนราคาขึ้น และ O แทนราคาลง | แนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และการทะลุระดับราคา | ไม่แสดงเวลาเป็นช่วงคงที่ และผลลัพธ์ขึ้นกับขนาดกล่องกับเงื่อนไขกลับตัว |
กราฟเส้น (Line Chart)
กราฟเส้นเชื่อมจุดราคาของแต่ละช่วงเวลาเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปใช้ราคาปิด จึงช่วยให้เห็นทิศทางภาพรวมได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นฝึกการอ่านกราฟ Forex และสังเกตว่าราคากำลังขึ้น ลง หรือเคลื่อนไหวในกรอบ
อย่างไรก็ตาม กราฟเส้นที่ใช้ราคาปิดจะไม่แสดงว่าระหว่างช่วงนั้นราคาเคยขึ้นไปสูงหรือลงไปต่ำเพียงใด หากต้องการดูรายละเอียดเหล่านี้ สามารถใช้กราฟแท่งหรือกราฟแท่งเทียนประกอบได้

กราฟแท่ง (Bar Chart / OHLC)
กราฟแท่งแสดงข้อมูลราคาแต่ละช่วงเวลาเป็นเส้นตั้ง โดยอ่านส่วนประกอบได้ดังนี้
ปลายบนของเส้น ราคาสูงสุด (High)
ปลายล่างของเส้น ราคาต่ำสุด (Low)
ขีดสั้นด้านซ้าย ราคาเปิด (Open)
ขีดสั้นด้านขวา ราคาปิด (Close)
ข้อมูลทั้งสี่ค่าเรียกรวมว่า OHLC ซึ่งเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่ใช้สร้างกราฟแท่งเทียน ผู้เทรดจึงใช้กราฟแท่งดูช่วงการเคลื่อนไหวของราคาและเปรียบเทียบราคาเปิดกับราคาปิดได้ ส่วนข้อมูล OHLC ยังใช้ประกอบการทดสอบกลยุทธ์ย้อนหลังด้วยโปรแกรม Backtesting ได้เช่นกัน

กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart)
กราฟแท่งเทียนแสดงราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิด หรือ OHLC ของแต่ละช่วงเวลา ผ่านตัวแท่ง ไส้เทียน และสี ช่วยให้เห็นช่วงการเคลื่อนไหวของราคาและเปรียบเทียบราคาเปิดกับราคาปิดได้ง่าย
นอกจากข้อมูลของแต่ละแท่ง ผู้เทรดยังใช้ลักษณะและการเรียงตัวของแท่งเทียนประกอบการวิเคราะห์ ศึกษาแพทเทิร์นที่พบบ่อย เช่น Doji, Hammer และ Engulfing ได้ที่บทความ รูปแบบกราฟแท่งเทียน (Candlestick Pattern)

กราฟทางเลือก: Heikin-Ashi, Renko และ Point-and-Figure
Heikin-Ashi, Renko และ Point-and-Figure ใช้วิธีคำนวณหรือสร้างแท่งต่างจากกราฟมาตรฐาน เพื่อช่วยให้เห็นแนวโน้มหรือระดับราคาสำคัญได้ง่ายขึ้น เมื่อนำไปประกอบการวางแผนจุดซื้อขาย ควรตรวจราคาบนกราฟมาตรฐานและราคาเสนอซื้อ–ขายของแพลตฟอร์มที่ใช้ส่งคำสั่งด้วย
Heikin-Ashi (กราฟไฮกิน-อาชิ) มีลักษณะคล้ายแท่งเทียน แต่ใช้ค่าราคาที่คำนวณใหม่ ราคาปิดเป็นค่าเฉลี่ยของ OHLC ในช่วงปัจจุบัน ส่วนราคาเปิดเป็นค่าเฉลี่ยของราคาเปิดและปิดของแท่ง Heikin-Ashi ก่อนหน้า จึงช่วยให้ภาพราคาดูเรียบขึ้น แต่ราคาเปิดและปิดอาจไม่ตรงกับราคาตลาด

Renko (กราฟเรนโกะ) แสดงราคาเป็นก้อนอิฐหรือ Brick โดยสร้างอิฐใหม่เมื่อราคาเคลื่อนไหวถึงระยะที่กำหนดตามเงื่อนไข เช่น หากตั้งขนาดอิฐคงที่ 10 pips อิฐใหม่ในทิศทางเดิมจะเกิดเมื่อราคาเคลื่อนต่อไปครบอีก 10 pips ส่วนการกลับทิศมีเงื่อนไขเพิ่มเติม อิฐแต่ละก้อนใช้เวลาเกิดไม่เท่ากัน และรูปร่างกราฟขึ้นอยู่กับขนาดอิฐ ข้อมูล และวิธีคำนวณ

Point-and-Figure (P&F) แสดงราคาเป็นคอลัมน์ X เมื่อราคาขึ้น และ O เมื่อราคาลง โดยเพิ่มเครื่องหมายตามขนาดกล่อง (Box Size) และเริ่มคอลัมน์ใหม่เมื่อราคากลับทิศครบจำนวนกล่องที่กำหนด กราฟนี้ใช้ดูแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และการทะลุระดับราคา แต่แต่ละคอลัมน์ไม่ได้ครอบคลุมช่วงเวลาคงที่

เลือกประเภทกราฟ Forex อย่างไร?
การเลือกกราฟเทรด Forex ควรพิจารณาจากข้อมูลที่ต้องการวิเคราะห์และวิธีใช้งาน โดยเริ่มจากสามคำถามต่อไปนี้
สามารถใช้กราฟมากกว่าหนึ่งประเภทประกอบกันได้ เช่น ดูกราฟเส้นเพื่อประเมินภาพรวม แล้วใช้กราฟแท่งเทียนอ่านรายละเอียดของราคาในแต่ละช่วง
Time Frame คืออะไร? เลือกกรอบเวลาของกราฟ Forex อย่างไร?
Time Frame หรือ Timeframe (ไทม์เฟรม) คือกรอบเวลาที่ใช้รวมข้อมูลราคาเป็นหนึ่งแท่งบนกราฟแท่งหรือกราฟแท่งเทียนมาตรฐาน เช่น H1 หมายถึงแท่งหนึ่งแท่งแสดงราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิด หรือ OHLC ของช่วงเวลา 1 ชั่วโมง การเปลี่ยน Time Frame จึงเปลี่ยนวิธีจัดกลุ่มข้อมูลบนกราฟ โดยไม่ได้เปลี่ยนราคาในตลาด
การเลือก Time Frame มีผลต่อการอ่านกราฟ Forex เพราะกรอบเวลาสั้นแสดงรายละเอียดการเคลื่อนไหวย่อย ส่วนกรอบเวลาใหญ่ช่วยให้เห็นภาพรวมของราคาในช่วงที่กว้างขึ้น
ตัวอย่าง Time Frame ที่พบบ่อยบนกราฟ Forex
| Time Frame | หนึ่งแท่งครอบคลุม | ตัวอย่างการใช้วิเคราะห์ | สิ่งที่ควรพิจารณา |
|---|---|---|---|
| M1 / M5 | 1 นาที / 5 นาที | ดูรายละเอียดการเคลื่อนไหวระยะสั้นมาก หรือดูจังหวะราคาในช่วงที่ติดตาม | แท่งเกิดเร็ว ต้องติดตามหน้าจอใกล้ชิด ราคาอาจแกว่งไปมาโดยไม่มีทิศทางชัด หากส่งคำสั่งบ่อย ต้นทุนอย่างสเปรดจะสะสมเร็ว |
| M15 / M30 | 15 นาที / 30 นาที | ดูโครงสร้างราคาภายในวัน | ยังต้องติดตามระหว่างวัน และควรรู้กำหนดการข่าวที่อาจทำให้ราคาเคลื่อนเร็ว |
| H1 / H4 | 1 ชั่วโมง / 4 ชั่วโมง | ดูแนวโน้มและแนวรับแนวต้านที่ครอบคลุมหลายวัน | แท่งเกิดน้อยลง จึงต้องรอนานขึ้นกว่าเงื่อนไขในแผนจะครบ |
| D1 | 1 วัน | ดูแนวโน้มหลักและระดับราคาสำคัญ | เวลาเริ่มและสิ้นสุดของแท่งรายวันขึ้นกับเวลาเซิร์ฟเวอร์ของแพลตฟอร์ม |
| W1 / MN1 | 1 สัปดาห์ / 1 เดือน | ดูภาพใหญ่ของราคาในหลายเดือนหรือหลายปี | แท่งหนึ่งครอบคลุมช่วงกว้าง จุดตัดสินใจที่อิงกรอบนี้จึงห่างจากราคาปัจจุบันได้มาก |
เลือก Time Frame ให้เหมาะกับการอ่านกราฟอย่างไร?
การเลือกกรอบเวลาของกราฟเทรดควรสอดคล้องกับแผนและเวลาที่ติดตามตลาดได้ โดยพิจารณาประเด็นต่อไปนี้
แยก Time Frame ออกจากระยะเวลาถือสถานะ การใช้กราฟ H1 ไม่ได้หมายความว่าต้องปิดสถานะภายใน 1 ชั่วโมง ผู้เทรดอาจวิเคราะห์จากกราฟ H1 แล้วถือสถานะหลายวันได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในแผน
เลือกให้เหมาะกับเวลาที่ดูกราฟได้จริง หากติดตามกราฟได้วันละครั้ง การใช้สัญญาณที่ต้องเฝ้าดูแท่งใหม่ทุก 5 นาทีอาจไม่เหมาะกับเวลาที่มี
พิจารณาความถี่ในการส่งคำสั่งและต้นทุน กรอบเวลาสั้นไม่ได้เพิ่มต้นทุนต่อธุรกรรมโดยตรง แต่หากส่งคำสั่งบ่อยขึ้น ต้นทุนรวมจากสเปรดและค่าคอมมิชชัน หากมี อาจสะสมมากขึ้น
แยกการแกว่งระยะสั้นออกจากแนวโน้มหลัก กรอบเวลาสั้นทำให้เห็นการเคลื่อนไหวย่อยมากขึ้น จึงควรระวังการตีความการแกว่งชั่วคราวเป็นการเปลี่ยนแนวโน้ม
วิธีดูกราฟ Forex หลาย Time Frame ประกอบกัน
การวิเคราะห์หลายกรอบเวลา หรือ Multiple Time Frame Analysis เป็นการใช้กราฟคู่เงินเดียวกันในกรอบเวลาต่าง ๆ เพื่อพิจารณาทั้งภาพรวมและรายละเอียด เช่น
D1 หรือ H4 ดูแนวโน้มหลักและโซนแนวรับแนวต้าน
H1 หรือ M15 อ่านรายละเอียดของแท่งเทียนและพฤติกรรมราคาใกล้โซนที่กำหนด
W1 หรือ MN1 ตรวจระดับราคาสำคัญในระยะยาวประกอบการวิเคราะห์
ควรกำหนดล่วงหน้าว่าจะใช้แต่ละกรอบเวลาทำหน้าที่ใด รวมถึงใช้กรอบเวลาใดประเมินสัญญาณ หากสลับ Time Frame หลังเปิดสถานะเพียงเพื่อหากราฟที่สนับสนุนความคิดเดิม อาจทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อนจากแผน
วิธีอ่านกราฟแท่งเทียน Forex เบื้องต้น
กราฟแท่งเทียน Forex หนึ่งแท่งสรุปราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิด หรือ OHLC ของคู่สกุลเงินตาม Time Frame ที่เลือก วิธีดูกราฟแท่งเทียนให้เริ่มจากตัวแท่ง ไส้เทียน และความสัมพันธ์ระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด จากนั้นจึงพิจารณาร่วมกับแท่งรอบข้างและแนวโน้มของราคา
ส่วนประกอบของกราฟแท่งเทียน
ตัวแท่ง (Body) แสดงช่วงระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด
ไส้เทียนบน (Upper Wick / Shadow) แสดงช่วงจากขอบบนของตัวแท่งถึงราคาสูงสุด
ไส้เทียนล่าง (Lower Wick / Shadow) แสดงช่วงจากขอบล่างของตัวแท่งถึงราคาต่ำสุด
สีของแท่ง ตามการตั้งค่าทั่วไป ใช้แยกแท่งที่ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด หรือแท่งขาขึ้น ออกจากแท่งที่ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด หรือแท่งขาลง หลายแพลตฟอร์มใช้สีเขียวและสีแดง แต่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนสีและวิธีกำหนดสีได้ตามการตั้งค่า
สำหรับ แท่งขาขึ้น ขอบล่างของตัวแท่งคือราคาเปิด และขอบบนคือราคาปิด ส่วน แท่งขาลง ขอบบนคือราคาเปิด และขอบล่างคือราคาปิด
ตัวอย่างการอ่านกราฟแท่งเทียนหนึ่งแท่ง
สมมติว่าแท่งเทียน EUR/USD บนกราฟ H1 ปิดแล้ว โดยกำหนดให้ 1 pip = 0.0001 และมีข้อมูลราคาดังนี้
| ค่า OHLC | ราคาสมมติ |
|---|---|
| Open (ราคาเปิด) | 1.0850 |
| High (ราคาสูงสุด) | 1.0870 |
| Low (ราคาต่ำสุด) | 1.0835 |
| Close (ราคาปิด) | 1.0860 |
การอ่านกราฟแท่งเทียนจากตัวอย่างนี้ทำได้ดังนี้
แท่งนี้แสดงว่าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด และระหว่างชั่วโมงมีการเคลื่อนไหวทั้งเหนือและใต้ราคาเปิด อย่างไรก็ตาม ข้อมูล OHLC เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าราคาแตะจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดก่อน และไม่ยืนยันว่าแท่งถัดไปจะปรับตัวขึ้นต่อ
ข้อควรรู้ก่อนวิเคราะห์กราฟแท่งเทียน
- ตรวจการตั้งค่าสีของแท่ง อย่าตีความจากสีเพียงอย่างเดียว ควรตรวจว่าสีแต่ละสีหมายถึงอะไรบนแพลตฟอร์มที่ใช้
- แท่งที่ยังไม่ปิดยังเปลี่ยนแปลงได้ ตัวแท่งและไส้เทียนของแท่งที่กำลังก่อตัวจะเปลี่ยนตามราคาล่าสุด จนกว่าจะสิ้นสุดช่วงเวลาของแท่งนั้น
- พิจารณาแท่งเทียนร่วมกับบริบท การวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนควรดูแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และแท่งก่อนหน้า เพื่อประเมินความหมายของแท่งที่กำลังอ่าน
- สีแท่งไม่ได้บอกจำนวนผู้ซื้อหรือผู้ขาย ภายใต้การตั้งค่าทั่วไป สีแสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาปิดกับราคาเปิด จึงใช้สรุปไม่ได้ว่ามีผู้ซื้อหรือผู้ขายมากกว่ากัน
รูปแบบกราฟแท่งเทียนที่พบบ่อย
รูปแบบกราฟแท่งเทียน หรือแพทเทิร์นกราฟแท่งเทียน (Candlestick Pattern) คือลักษณะและการเรียงตัวของแท่งเทียนหนึ่งแท่งหรือหลายแท่งที่ใช้ประกอบการประเมินพฤติกรรมราคา ส่วนรูปแบบกราฟ Forex อย่าง Double Top หรือสามเหลี่ยม จะพิจารณาโครงสร้างราคาที่ครอบคลุมหลายแท่งและช่วงเวลาที่กว้างกว่า
ตัวอย่างรูปแบบกราฟแท่งเทียนที่ผู้เริ่มต้นควรรู้ ได้แก่
| รูปแบบ | ลักษณะ | สิ่งที่อาจสะท้อน |
|---|---|---|
| Doji | ราคาเปิดและปิดใกล้กันมาก ตัวแท่งบาง | ช่วงที่ราคายังไม่มีทิศทางชัดเจน |
| Hammer | ตัวแท่งเล็กอยู่ด้านบน ไส้เทียนล่างยาว เกิดหลังราคาลง | ราคาเคยถูกขายลงแต่กลับขึ้นมาก่อนปิด อาจเป็นสัญญาณกลับตัวขึ้นที่ต้องรอยืนยัน |
| Engulfing | ตัวแท่งที่สองครอบตัวแท่งแรกที่มีทิศทางตรงข้าม | การเปลี่ยนแรงซื้อขายในช่วงสั้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดใกล้แนวรับหรือแนวต้าน |
การใช้กราฟแท่งเทียนประกอบการหาจุดซื้อขายควรดูตำแหน่งที่เกิดรูปแบบ เช่น บริเวณแนวรับหรือแนวต้าน และรอให้แท่งที่เกี่ยวข้องปิดก่อนประเมินสัญญาณ รูปแบบเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าราคาจะเคลื่อนไหวตามที่คาด
แนวรับและแนวต้านบนกราฟ Forex ดูอย่างไร?
แนวรับ (Support) คือโซนราคาด้านล่างที่ราคาเคยชะลอการลงหรือเด้งกลับขึ้น ส่วน แนวต้าน (Resistance) คือโซนราคาด้านบนที่ราคาเคยชะลอการขึ้นหรือปรับตัวลง การอ่านกราฟ Forex โดยระบุแนวรับแนวต้านช่วยให้เห็นบริเวณที่ราคามีโอกาสตอบสนอง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าราคาจะกลับตัวทุกครั้ง
วิธีหาแนวรับและแนวต้านเบื้องต้นมีสี่ขั้นตอนดังนี้
เมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป โซนเดิมอาจกลายเป็นแนวรับเมื่อราคาย่อกลับมาทดสอบ ส่วนแนวรับที่ถูกทะลุลงอาจกลายเป็นแนวต้านเมื่อราคาฟื้นกลับขึ้นมา ลักษณะนี้เรียกว่า การสลับบทบาทของแนวรับและแนวต้าน (Role Reversal)
อย่างไรก็ตาม ราคาอาจทะลุผ่านโซนไปต่อ หรือทะลุชั่วคราวแล้วกลับเข้ามาในกรอบ ซึ่งเรียกว่า การทะลุหลอก (False Breakout) การใช้กราฟแท่งเทียนประกอบการหาจุดซื้อขายจึงควรพิจารณาทั้งตำแหน่งราคา แนวโน้ม และเงื่อนไขยืนยันตามแผน
รูปแบบกราฟ Forex (Chart Pattern) ที่ควรรู้
รูปแบบกราฟ Forex หรือแพทเทิร์นกราฟ Forex คือโครงสร้างที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของราคาต่อเนื่องกันจนเห็นเป็นรูปร่าง เช่น ยอดคู่ หัวและไหล่ หรือสามเหลี่ยม ผู้เทรดใช้รูปแบบเหล่านี้ประกอบการประเมินแนวโน้ม และกำหนดเงื่อนไขว่ารูปแบบได้รับการยืนยันหรือใช้ไม่ได้เมื่อใด
การอ่านกราฟโดยใช้ Chart Pattern ควรพิจารณาทั้งแนวโน้มก่อนหน้า ตำแหน่งราคา และ Time Frame เพราะรูปแบบกราฟช่วยประเมินความเป็นไปได้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าราคาจะเคลื่อนไหวตามที่คาด
รูปแบบกราฟกลับตัว (Reversal Patterns)
Double Top (ยอดคู่) มักเกิดหลังแนวโน้มขาขึ้น เมื่อราคาสร้างยอดสองจุดที่ระดับใกล้เคียงกัน โดยใช้ระดับจุดต่ำระหว่างยอดทั้งสองเป็น เส้นคอ (Neckline) เงื่อนไขยืนยันที่มักใช้คือราคาปิดต่ำกว่าเส้นคอ หากราคากลับขึ้นไปเหนือยอดเดิม รูปแบบกลับตัวลงที่คาดไว้อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขเดิม
Double Bottom (ฐานคู่) มักเกิดหลังแนวโน้มขาลง เมื่อราคาสร้างจุดต่ำสองจุดที่ระดับใกล้เคียงกัน โดยใช้ระดับจุดสูงระหว่างฐานทั้งสองเป็นเส้นคอ ผู้เทรดมักรอให้ราคาปิดเหนือเส้นคอเพื่อยืนยันรูปแบบกลับตัวขึ้น หากราคาลงต่ำกว่าฐานเดิม ต้องประเมินรูปแบบใหม่
Head and Shoulders (หัวและไหล่) มักเกิดหลังแนวโน้มขาขึ้น ประกอบด้วยยอดสามจุด โดยยอดกลางหรือ “หัว” สูงกว่ายอดด้านข้างหรือ “ไหล่” เส้นคอลากเชื่อมจุดต่ำสองจุดระหว่างไหล่กับหัว และใช้การทะลุลงผ่านเส้นคอเป็นเงื่อนไขยืนยัน ส่วนรูปแบบกลับด้านเรียกว่า Inverse Head and Shoulders มักเกิดหลังแนวโน้มขาลง และพิจารณาการทะลุขึ้นผ่านเส้นคอเป็นเงื่อนไขยืนยัน
รูปแบบกราฟต่อเนื่อง (Continuation Patterns)
Flag และ Pennant (ธงและธงสามเหลี่ยม) มักเกิดหลังราคาเคลื่อนไหวแรงในทิศทางหนึ่ง แล้วพักตัวช่วงสั้น ๆ โดยมีลักษณะต่างกันดังนี้
Flag ราคาพักตัวในกรอบแคบที่มีเส้นขอบบนและล่างค่อนข้างขนานกัน มักเอียงสวนทางกับการเคลื่อนไหวก่อนหน้า
Pennant ราคาพักตัวในกรอบที่บีบแคบลงคล้ายสามเหลี่ยมขนาดเล็ก
ผู้เทรดมักรอให้ราคาทะลุกรอบไปในทิศทางเดิมเพื่อประกอบการยืนยันแนวโน้มต่อเนื่อง หากราคาทะลุสวนทางหรือการพักตัวยืดเยื้อ ควรประเมินใหม่ว่ารูปแบบยังสอดคล้องกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้หรือไม่
รูปแบบกราฟที่อาจทะลุได้ทั้งสองทิศทาง
Symmetrical Triangle (สามเหลี่ยมสมมาตร) เกิดเมื่อจุดสูงใหม่ลดระดับลง ขณะที่จุดต่ำใหม่ยกตัวสูงขึ้น ทำให้กรอบราคาค่อย ๆ บีบแคบลง ราคาอาจทะลุกรอบได้ทั้งด้านบนและด้านล่าง จึงควรพิจารณาทิศทางที่ราคาทะลุจริงและเงื่อนไขยืนยัน เช่น การปิดแท่งนอกกรอบ ก่อนสรุปทิศทางจากรูปแบบนี้
เงื่อนไขยืนยันและกรณีที่รูปแบบกราฟใช้ไม่ได้
การวิเคราะห์แพทเทิร์นกราฟ Forex ควรกำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนนำไปประกอบการตัดสินใจ
ตรวจแนวโน้มก่อนเกิดรูปแบบ เช่น Head and Shoulders ที่เกิดหลังแนวโน้มขาขึ้น มีบริบทต่างจากรูปร่างคล้ายกันที่เกิดระหว่างราคาแกว่งในกรอบ
กำหนดเงื่อนไขยืนยันล่วงหน้า เช่น รอให้แท่งเทียนปิดทะลุเส้นคอหรือขอบของรูปแบบ ตาม Time Frame ที่ใช้วิเคราะห์
ระบุระดับที่ทำให้รูปแบบใช้ไม่ได้ ใช้ประกอบการวางแผนจุดตัดขาดทุนและประเมินความเสี่ยงก่อนเปิดสถานะ
ระวังการทะลุหลอก ราคาอาจเคลื่อนพ้นกรอบชั่วคราวแล้วกลับเข้ามา โดยเฉพาะช่วงข่าวสำคัญหรือสภาพคล่องต่ำ
ใช้กรอบเวลาและวิธีลากเส้นให้สม่ำเสมอ รูปแบบบนกราฟเทรดอาจดูต่างกันเมื่อเปลี่ยน Time Frame และผู้วิเคราะห์แต่ละคนอาจกำหนดขอบของรูปแบบต่างกัน
อินดิเคเตอร์ที่ใช้ประกอบการอ่านกราฟ Forex
อินดิเคเตอร์ (Indicator) คือเครื่องมือที่คำนวณจากข้อมูลราคา และบางตัวใช้ข้อมูลปริมาณการซื้อขายร่วมด้วย เพื่อช่วยแสดงแนวโน้ม โมเมนตัม หรือข้อมูลด้านอื่นของตลาด การใช้อินดิเคเตอร์ควรพิจารณาร่วมกับการอ่านกราฟแท่งเทียน โครงสร้างราคา และแนวรับแนวต้าน
Moving Average (เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) แสดงค่าเฉลี่ยของราคาตามวิธีคำนวณและจำนวนแท่งที่กำหนด ใช้ช่วยดูทิศทางแนวโน้ม โดย EMA ให้น้ำหนักกับข้อมูลล่าสุดมากกว่า จึงมักตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงราคาเร็วกว่า SMA ที่ใช้จำนวนแท่งเท่ากัน
RSI (Relative Strength Index) วัดโมเมนตัมของราคาในช่วง 0–100 โดยทั่วไป ค่าสูงกว่า 70 เรียกว่าเขตซื้อมากเกินไป (Overbought) และค่าต่ำกว่า 30 เรียกว่าเขตขายมากเกินไป (Oversold) อย่างไรก็ตาม ค่าเหล่านี้ไม่ได้เป็นสัญญาณซื้อหรือขายโดยอัตโนมัติ เพราะ RSI อาจอยู่ในเขตดังกล่าวได้นานเมื่อแนวโน้มมีความแข็งแกร่ง
MACD (Moving Average Convergence Divergence) ใช้ช่วยประเมินโมเมนตัมและทิศทางแนวโน้ม โดยเส้น MACD คำนวณจากผลต่างระหว่าง EMA ระยะสั้นกับระยะยาว และพิจารณาร่วมกับเส้น Signal เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัม
อินดิเคเตอร์แต่ละตัวตอบสนองต่อราคาต่างกันตามสูตรและค่าที่ตั้งไว้ สัญญาณจึงอาจล่าช้าหรือขัดแย้งกันได้ การเพิ่มอินดิเคเตอร์หลายตัวที่วัดข้อมูลคล้ายกันไม่ได้ทำให้การวิเคราะห์กราฟแม่นยำขึ้นเสมอ ผู้เริ่มต้นควรเข้าใจหน้าที่ของแต่ละตัว และเลือกใช้ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการวิเคราะห์
ดูกราฟเทรด Forex ได้ที่ไหน? เครื่องมือและโปรแกรมดูกราฟ
กราฟเทรด Forex ดูได้ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ซึ่งมีเครื่องมือสำหรับอ่านกราฟแท่งเทียน เลือก Time Frame วาดแนวรับแนวต้าน และใช้อินดิเคเตอร์ประกอบการวิเคราะห์
การเลือกโปรแกรมวิเคราะห์กราฟ Forex ควรพิจารณาทั้งเครื่องมือที่ต้องการใช้ แหล่งข้อมูลราคา และการเชื่อมต่อกับบัญชีเทรด เพราะราคาบนแต่ละแพลตฟอร์มอาจแตกต่างกัน
MetaTrader 4 (MT4)
MT4 เป็นแพลตฟอร์มสำหรับดูกราฟและส่งคำสั่งผ่านบัญชีที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ รองรับกราฟเส้น กราฟแท่ง และกราฟแท่งเทียน โดยมี Time Frame มาตรฐาน 9 แบบ ตั้งแต่ 1 นาทีถึง 1 เดือน
วิธีเปิดดูกราฟ คลิกขวาที่คู่เงินในหน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก Chart Window จากนั้นเลือกประเภทกราฟและ Time Frame ที่ต้องการ
สิ่งที่ควรตรวจ ชื่อสัญลักษณ์ เซิร์ฟเวอร์ที่บัญชีเชื่อมต่อ เวลาบนกราฟ และความครบถ้วนของข้อมูลย้อนหลัง เพราะรายละเอียดเหล่านี้อาจต่างกันระหว่างผู้ให้บริการหรือประเภทบัญชี
MetaTrader 5 (MT5)
MT5 ใช้ดูกราฟและส่งคำสั่งผ่านบัญชีที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการเช่นเดียวกับ MT4 โดยเวอร์ชันคอมพิวเตอร์มี Time Frame ให้เลือก 21 แบบ ตั้งแต่ 1 นาทีถึง 1 เดือน
วิธีเปิดกราฟแท่งเทียน Forex บน MT5 เวอร์ชันคอมพิวเตอร์มีดังนี
OHLC บน MT5 คือข้อมูลราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิดของแต่ละแท่ง หากต้องการตรวจตัวเลข ให้เปิดหน้าต่าง Data Window แล้วเลื่อนเมาส์ไปยังแท่งที่ต้องการอ่าน เพื่อดูข้อมูลราคาและเวลาของแท่งนั้น
ข้อควรรู้เกี่ยวกับราคาบนกราฟ Forex
การอ่านกราฟ Forex ให้ถูกต้องต้องเข้าใจด้วยว่า ราคาบนกราฟสร้างจากข้อมูลประเภทใด และสัมพันธ์กับราคาที่ใช้ซื้อขายอย่างไร
กราฟอาจสร้างจากราคา Bid หรือ Last: กราฟคู่เงิน Forex บน MT5 โดยทั่วไปสร้างจากราคา Bid ส่วนตราสารบางประเภทใช้ Last หรือราคาซื้อขายล่าสุด จึงควรตรวจแหล่งข้อมูลก่อนนำราคาบนกราฟไปเทียบกับคำสั่งซื้อขาย
ราคาเปิดและปิดสถานะใช้ Bid กับ Ask ต่างกัน: โดยทั่วไป สถานะ Buy เปิดด้วยราคา Ask และปิดด้วยราคา Bid ส่วนสถานะ Sell เปิดด้วยราคา Bid และปิดด้วยราคา Ask ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้คือสเปรด (Spread) หากดูเฉพาะกราฟ Bid จึงอาจเห็นระดับราคาเปิดหรือปิดสถานะต่างจากเส้นราคาบนกราฟ
Tick Volume ไม่ใช่ปริมาณซื้อขายรวมของตลาด Forex: ตัวเลขนี้แสดงจำนวนการอัปเดตราคาหรือ Ticks ในแต่ละช่วงเวลาจากฟีดข้อมูลของผู้ให้บริการนั้น จึงไม่ใช่จำนวนสัญญาหรือมูลค่าซื้อขายรวมทั่วโลก
Pip กับ Point อาจมีขนาดต่างกัน: เช่น EUR/USD ที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง และคู่เงิน JPY ที่แสดงราคา 3 ตำแหน่ง โดยทั่วไป 1 pip เท่ากับ 10 points ขณะที่รูปแบบการแสดงราคาอื่นอาจมีความสัมพันธ์ต่างกัน ควรตรวจจำนวนทศนิยมและรายละเอียดสัญญาของตราสาร
เวลาเปิด–ปิดตลาดมีผลต่อกราฟ ตลาด Forex โดยทั่วไปเปิดซื้อขายประมาณ 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ และปิดช่วงสุดสัปดาห์ ราคาเปิดสัปดาห์ใหม่อาจต่างจากราคาปิดสัปดาห์ก่อน จนเกิดช่องว่างราคา (Gap)
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเมื่ออ่านกราฟ Forex
ตีความแท่งเทียนที่ยังไม่ปิด แท่งที่กำลังก่อตัวอาจเปลี่ยนทั้งตัวแท่งและไส้เทียนตามราคาล่าสุด หากแผนใช้สัญญาณจากแท่งที่ปิดแล้ว ควรรอให้ครบเวลาของแท่งก่อนประเมิน
ดูผิดคู่เงินหรือใช้ข้อมูลคนละแหล่ง ตรวจชื่อสัญลักษณ์ แหล่งราคา และ Time Frame ทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อวิเคราะห์จากเครื่องมือหนึ่งแล้วส่งคำสั่งผ่านอีกแพลตฟอร์ม
ใช้สัญญาณเดียวตัดสินใจ เช่น เห็น Hammer หรือ RSI เข้าเขต Overbought แล้วเปิดสถานะทันที โดยยังไม่ได้พิจารณาแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และความเสี่ยงตามแผน
สลับกรอบเวลาเพื่อสนับสนุนความคิดเดิม เปลี่ยน Time Frame หรือประเภทกราฟจนพบภาพที่ตรงกับสถานะที่ถืออยู่ อาจทำให้ละเลยเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก่อนเปิดสถานะ
ใส่อินดิเคเตอร์จนกราฟอ่านยาก เครื่องมือหลายตัวอาจแสดงข้อมูลซ้ำกันหรือให้สัญญาณขัดแย้ง ควรเข้าใจหน้าที่ของแต่ละตัวและเลือกใช้ให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการวิเคราะห์
สรุปวิธีอ่านกราฟเทรด Forex สำหรับมือใหม่
การอ่านกราฟเทรด Forex เริ่มจากตรวจคู่เงินและแหล่งข้อมูล อ่านแกนราคาและแกนเวลา เลือก Time Frame แล้วประเมินแนวโน้มกับแนวรับแนวต้าน จากนั้นจึงอ่านรายละเอียดของกราฟแท่งเทียน และใช้รูปแบบกราฟ Forex หรืออินดิเคเตอร์ประกอบการวิเคราะห์
การอ่านกราฟช่วยให้วางแผนได้เป็นระบบ แต่ไม่ได้ทำให้คาดการณ์ราคาได้แน่นอน ผู้เริ่มต้นสามารถฝึกเปิดกราฟ เปลี่ยนกรอบเวลา อ่านค่า OHLC และทำเครื่องหมายแนวรับแนวต้านผ่านบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริง
TMGM
เทรดอย่างชาญฉลาดวันนี้
- เงินทดลอง $10,000
- มากกว่า 100 ตลาด
- ค่าธรรมเนียมต่ำ สเปรดแคบ



















